แคลเซียมจำเป็นอย่างไร

386 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แคลเซียมจำเป็นอย่างไร

แคลเซียมจำเป็นอย่างไร 
ในตอนที่เราอายุยังน้อยมักมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เรามองข้ามไป แต่เมื่อเราแก่ตัวลงมันกลับกลายเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ โดยอย่างแรกเลยก็คือเรื่องของสุขภาพ เพราะในช่วงวัยหนุ่มสาวของชีวิตเป็นวัยที่ร่างกายสามารถเสริมสร้างความแข็งแรง และเยียวยาตัวเอง จากสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นและสารอาหารที่มีประโยชน์จากภายนอกเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยชราร่างกายจะค่อย ๆ สังเคราะห์สารอาหารจำเป็นได้น้อยลง ทำให้ต้องการสารอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น

ดังนั้นถ้าหากไม่หาหนทางอื่นในการเสริมสารอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการ ร่างกายของเราก็จะค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปตามอายุ อย่างไรก็ตามถ้าหากจะพูดถึงสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องการมากที่สุดในยามแก่เฒ่าก็คงจะหนีไม่พ้นแคลเซียม สารอาหารที่เป็นองค์ประกอบหลักของกระดูกและฟัน ซึ่งถ้าใครอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วแคลเซียม ประโยชน์ของมันคืออะไร แล้วทำไมเราถึงควรเสริมแคลเซียมให้กับร่างกาย ก็ตามมาดูกันได้เลย

แคลเซียม คืออะไร?
แคลเซียมคือแร่ธาตุสำคัญที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่ร่างกายมากมาย โดยเฉพาะการช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง  เพราะอย่างที่รู้กันว่าองค์ประกอบหลักของมวลกระดูกก็คือแคลเซียม ในแต่ละวันแคลเซียมจะมีผลช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูก รวมถึงการเสริมสร้างมวลกระดูกขึ้นมาใหม่ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างแคลเซียมให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายโดยการรับแคลเซียมในอาหาร หรืออาหารเสริมนั่นเอง

ทำไมเราจึงควรทานแคลเซียม?
อย่างที่บอกไปว่าในช่วงวัยหนุ่มสาว ต่อให้เรารับประทานอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอ ตัวเราก็ยังอยู่ในช่วงที่สามารถรักษาระดับของแคลเซียมในร่างกายเอาไว้ได้ โดยอาศัยการสังเคราะห์แคลเซียมและการดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ แต่พอนานวันเข้าถ้าร่างกายของเราดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้อย่างต่อเนื่องก็จะส่งผลให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวตามมา เช่น กระดูกจะเปราะทำให้แตกหักง่าย หรืออาจเสี่ยงเป็นโรคไขข้อและโรคกระดูกพรุน
นอกจากนี้ปัญหาการขาดแคลเซียมยังส่งผลต่อสุขภาพด้านอื่น ๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ หรือ มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมยิ่งปล่อยไว้ก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายนั่นเอง

คนเราต้องการแคลเซียมมากแค่ไหน?
เมื่อรู้แล้วว่าร่างกายของคนเราควรได้รับแคลเซียมให้เพียงพอในแต่ละวัน แต่คำถามต่อมาก็คือแล้วคนเราต้องการแคลเซียมมากแค่ไหนกันล่ะ? ว่าแล้วเราก็ไปดูปริมาณแคลเซียมโดยเฉลี่ยที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ซึ่งจะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับอายุและปัจจัยด้านสุขภาพของแต่ละคน ดังนี้

  • เด็กวัย 1-3 ปี ต้องการแคลเซียมประมาณ 400-800 มิลลิกรัม/วัน
  • เด็กวัย 3-10 ปี ต้องการแคลเซียมประมาณ 800 มิลลิกรัม/วัน
  • ช่วงวัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 11-45 ปี ต้องการแคลเซียมประมาณ 800-1000 มิลลิกรัม/วัน
  • ช่วงวัยชราอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ต้องการแคลเซียมประมาณ 1200 มิลลิกรัม/วัน
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือผู้หญิงที่ต้องให้นมบุตร ต้องการแคลเซียมประมาณ 1200 มิลลิกรัม/วัน
  • สุดท้ายคือคนที่เป็นโรคกระดูกพรุนไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็ควรได้รับแคลเซียมประมาณ 1200 มิลลิกรัม/วัน

เราจะหาทานแคลเซียมได้จากไหนบ้าง
ถ้าหารคุณอยากเสริมสร้างแคลเซียมให้กับร่างกาย คุณสามารถหาแหล่งแคลเซียมสูงได้จากอาหารเหล่านี้

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
อาหารเสริม คือหนทางการเสริมแคลเซียมให้กับร่างกายที่ได้ผลและตรงจุดที่สุด เพราะนอกจากจะได้ปริมาณแคลเซียมเข้มข้นที่เพียงพอต่อความต้องการโดยที่ไม่ต้องทานอาหารปริมาณมาก ๆ แล้ว ในอาหารเสริมหลาย ๆ ยี่ห้อยังมีการผสมวิตามินที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมของร่างกายไว้อีกด้วย

อาหารจำพวกเนื้อปลา
ในเนื้อปลานั้นอุดมไปด้วยแคลเซียมชั้นยอด โดยเฉพาะปลาแซลม่อน และปลาซาร์ดีนที่จะมีแคลเซียมเยอะเป็นพิเศษ

ผลิตภัณฑ์จากนม
ผลิตภัณฑ์จากนมอย่างโยเกิร์ต หรือ ชีส ถือเป็นแหล่งแคลเซียมชั้นดี เนื่องจากแคลเซียมที่ได้จากนมเป็นแคลเซียมที่สามารถดูดซึมและนำไปใช้งานได้ง่ายที่สุด

เมนูไข่
ไข่เป็นอาหารสามัญประจำบ้านที่หาทานได้ง่าย และยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์มากมายอย่าง แคลเซียม วิตามิน D และ ฟอสฟอรัส ซึ่งสารอาหารพวกนี้มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันได้อย่างยอดเยี่ยม

การทานแคลเซียมอย่างถูกวิธี
จากงานวิจัยพบว่าปริมาณแคลเซียมสะสมในร่างกายมากน้อยจะขึ้นอยู่กับกระบวนการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งวิธีการที่จะช่วยส่งเสริมกระบวนการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นมีอยู่หลายวิธี ได้แก่
  1. วิตามินและฟอสฟอรัส
    นอกจากแคลเซียมแล้ว ร่างกายยังต้องการทั้ง วิตามิน A วิตามิน D และฟอสฟอรัส เพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และเสริมสร้างความหนาแน่นให้กับมวลกระดูก ดังนั้นการรับประทานผักและผลไม้หรืออาหารเสริมที่ให้วิตามินเหล่านี้พร้อม ๆ กับการทานแคลเซียม จึงถือเป็นอีกตัวช่วยสำคัญในการเสริมสร้างแคลเซียมให้กับร่างกาย

  2. แลคโตส
    ปัจจัยต่อมาที่มีส่วนช่วยในการดูดซึมแคลเซียมของร่างกายก็คือแลคโตส ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในนมสดและผลิตภัณฑ์จากนมทั้งหลาย โดยแลคโตสจะช่วยส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียมให้ดีมากขึ้นถึง 15-30 เปอร์เซ็นต์

  3. ช่วงวัย
    ช่วงวัยคือปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างที่ส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียมของร่างกายเพราะ อย่างที่บอกไปว่าเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง โดยช่วงวัยที่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดีที่สุดก็คือช่วงวัยรุ่น โดยสามารถดูดซึมแคลเซียมได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จากแคลเซียมที่ได้รับทั้งหมด

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้